Work And Travel Logo

Hotline 097-463-9900

10 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวโอกินาว่า!

★ 10 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวโอกินาว่า!


 


10 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวโอกินาว่า!สำหรับคนญี่ปุ่นถ้าพูดถึงทะเลสวยๆ ก็ต้องเป็นทะเลที่โอกินาว่า แต่สำหรับพวกเราคนไทยอาจจะรู้สึกเฉยๆ เพราะทะเลบ้านเราก็สวยอยู่แล้ว แต่รู้หรือเปล่าคะว่านอกจากชายหาดกับน้ำทะเลงามๆ แล้วโอกินาว่ายังมีอะไรที่น่าค้นหายิ่งกว่านั้นอีกนะ เรามาดูเหตุผลดีๆ 10 ข้อที่ต้องไปเที่ยวโอกินาว่ากันดีกว่า

 

1.ที่ตั้งของโอกินาว่าและคนโอกินาว่า


 

โอกินาว่าเป็นจังหวัดที่เป็นเกาะอยู่ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่นโดยมีเกาะน้อยใหญ่รวมกว่า 160 เกาะ และมี 46 เกาะที่มีคนอาศัยอยู่เทียบระยะทางแล้วก็จัดเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุดแถมคนโอกินาว่ายังมีนิสัยใจกว้าง สบายๆ ไม่เร่งรีบ ตามแบบฉบับของคนทางใต้คล้ายๆ กับคนไทยเลยด้วย รับรองว่าจะต้องคุยกันถูกคอกับคนไทยอย่างเราๆ แน่นอน
 


 

2.มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น


 

Okinawa Churaumi Aquarium เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำประจำจังหวัดโอกินาว่า และเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีตู้ปลาขนาดยักษ์สูง 8.2 เมตร กว้าง 22.5 เมตร หนา 60 เซ็นติเมตร ที่เต็มไปด้วยปลาหลากหลายสายพันธุ์รวมถึงปลากระเบนและพี่เบิ้มอย่างฉลามวาฬถึง 3 ตัวด้วยกัน!
 

 



 

3.แหล่งกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรริวกิว


 

โอกินาว่าเดิมถูกเรียกว่าอาณาจักรริวกิวจนถึงปีค.ศ. 1879 ซึ่งในเวลานั้นได้มีการติดต่อค้าขายกับไทยด้วย ถ้าไปถึงโอกินาว่าแล้ว แหล่งกุซุกุ (ปราสาท) และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรริวกิวก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ไปไม่ได้ โดยเฉพาะปราสาทชูริที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกโดยโมโนเรลล์จากในตัวเมืองนาฮะ





 

4.เทศกาลและอีเวนท์ประจำฤดูกาลสุดครึกครื้น


 

โอกินาว่าเต็มไปด้วยเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ มากมายในแต่ละเดือน ในเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่จะสัมผัสกับวัฒนธรรมของโอกินาว่าได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งเทศกาลปราสาทชูริและเทศกาลนาฮะ-โอทสึนาฮิกิ หรือเทศกาลชักเย่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เชือกชักเย่อที่ใช้ในเทศกาลนาฮะ-โอทสึนาฮิกิเป็นเชือกทำจากวัสดุธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่จนต้องตะลึงเลยทีเดียว โดยในปี 1995 ได้ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊คเป็นเชือกที่ทำด้วยฟางข้าวขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและหลังจากนั้นในปี 1997 ก็ได้บันทึกสถิติใหม่ในเทศกาลครั้งที่ 27 โดยจดทะเบียนรับรองเป็นเชือกที่มีความยาวทั้งสิ้น 186 เมตร น้ำหนักรวม 40.22 ตัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.58 เมตร ใช้บังเหียน 236 อัน และใช้คนสานราว 15,000 คน โดยมีผู้เข้าร่วมงานนี้มากกว่า 275,000 คน เทศกาลอลังการขนาดนี้ต้องที่โอกินาว่าที่เดียว! ติดตามอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเทศกาลนาฮะ-โอทสึนาฮิกิได้ในบทความเรื่อง มารู้จัก Naha Otsunahiki เทศกาล “ชักเย่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” ณ โอกินาว่า!!


 




 

5.สัมผัสกับวัฒนธรรมโอกินาว่าได้ที่ธีมปาร์ค


 

ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมโอกินาว่าแล้วละก็… ต้องที่ธีมปาร์คเลย โอกินาว่ามีธีมปาร์คสนุกๆ หลายแห่ง เช่น Okinawa World, หมู่บ้านริวกิวและหมู่บ้านมุราซากิ ที่มีกิจกรรมให้ลองทำมากมาย ทั้งงานหัตถกรรม ลองใส่ชุดกิโมโน คาราเต้ และการเต้นรำแบบโอกินาว่าแท้ๆ หรือจะสนุกไปกับท่วงทำนองและจังหวะกับระบำเอซาและเครื่องดนตรีท้องถิ่นอย่างซันชิน ไม่ว่ากิจกรรมไหนก็น่าลองทั้งนั้น!
 






 

6.ช้อปปิ้งกระจายบนถนนโคคุไซและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ


 

พูดถึงแหล่งช้อปปิ้งก็ต้องไม่พลาดถนนโคคุไซในเมืองนาฮะ ถนนที่เต็มไปด้วยร้านขายของฝากน่ารักๆ และร้านเสื้อผ้าเท่ๆนอกจากนี้ใจกลางเมืองยังมีร้านค้าปลอดภาษี และถ้าออกไปย่านชานเมืองก็จะมีเอาท์เล็ตมอลล์และอิออนรีสอร์ทมอลล์ให้เลือกช้อปได้ตามใจชอบอีกด้วย

 




 

7.มีอุทยานแห่งชาติอยู่ที่นี่!


 

หมู่เกาะเครามะ อยู่ห่างจากเมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่าไปทางทิศตะวันตกราว 40 กิโลเมตร (นั่งเรือจากเมืองนาฮะใช้เวลาประมาณ
1 ชั่วโมง) ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่มากกว่า 30 เกาะ รวมทั้งเกาะแก่งหินโสโครกจำนวนมาก ได้รับเลือกให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 31 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2014  น้ำทะเลที่ใสเป็นประกายที่ได้ชื่อว่า Kerama Blue แห่งนี้เต็มไปด้วยปะการังนานาพันธุ์และหาดทรายสวยสีขาวละเอียด ดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาดำน้ำดูปลาและปะการัง นอกจากนี้ในฤดูหนาวยังเป็นฤดูผสมพันธุ์ของวาฬหลังค่อม ทำให้การดูวาฬเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยม สามารถนั่งเรือด่วนจากเกาะหลักโอกินาว่า (ท่าเรือโทมาริ เมืองนาฮะ) ใช้เวลาประมาณ 35-50 นาที

 







 

8.นอกจากเกาะหลักโอกินาว่าแล้ว หมู่เกาะยาเอยามะ เกาะอิชิงากิ เกาะทาเคโตมิ ก็น่าเที่ยวไม่แพ้กัน


 

นั่งเครื่องบินจากเกาะหลักโอกินาว่าประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะไปถึงหมู่เกาะยาเอยามะ ส่วนเกาะอิชิงากิจะอยู่ตรงกลางหมู่เกาะยาเอยามะ ทำให้สามารถเที่ยวแบบเปลี่ยนเกาะไปเรื่อยๆ ได้ทั้งวัน เกาะนี้ยังมีอาหารรสเลิศมากมายอย่างเช่นเนื้ออิชิงากิ และถ้าไปเกาะอิชิงากิก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวอ่าวคาบิระ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ 3 ดาวจากมิชลินด้วย นอกจากนี้ถ้านั่งเรือไปอีก 10 นาทีก็จะไปถึงเกาะทาเคโตมิ เกาะที่มีบ้านหลังคากระเบื้องแดงแบบดั้งเดิมหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน เป็นอีกเกาะที่แนะนำสำหรับใครที่อยากสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบโอกินาว่าสมัยโบราณแบบ 360 องศา
 






 

 

9.ถ้าชอบการผจญภัยต้องไม่พลาดเกาะอิริโอโมเตะ


 

เกาะอิริโอโมเตะเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะหลักโอกินาว่า ได้ชื่อว่าเป็นกาลาปากอสแห่งซีกโลกตะวันออก มีพื้นที่กว่า 90% ปกคลุมไปด้วยป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก และยังเป็นป่าเขตกึ่งเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย สิ่งมีชีวิตที่มีชื่อเสียงของเกาะอิริโอโมเตะคือ แมวอิริโอะโมะเตะ ซึ่งอาศัยอยู่เฉพาะบนเกาะอิริโอะโมะเตะนี้เท่านั้น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติรอบตัวผ่านกิจกรรมผจญภัยต่างๆ เช่น เดินป่าชมน้ำตก หรือล่องเรือคายัคในแม่น้ำที่มีต้นโกงกางขึ้นตลอดสองข้างฝั่ง แน่นอนว่าทะเลที่นี่ก็สวยมากๆ จากที่นี่สามารถไปยังเกาะบาราสุ ซึ่งเป็นเกาะสีขาวสวยที่เกิดจากซากปะการังทั้งเกาะได้ด้วย อ่านเรื่องเกาะบาราสุได้จากบทความเรื่อง สัมผัสความมหัศจรรย์ของทะเลเขตร้อน…ที่เกาะบาราสุ โอกินาว่า

 

 







 

10.ข้ามสะพานเขตร้อนที่เกาะมิยาโกะ


 

เกาะมิยาโกะตั้งอยู่ห่างจากเกาะโอกินาว่าหลักไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 300 กิโลเมตร มีหาดโยนาฮะ-มาเอฮามะที่ได้รับเลือกจากเว็บไซต์ TripAdvisor ให้เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นถึง 3 ปีติดต่อกัน และเป็นที่ตั้งของแหลมฮิงาชิ-เฮนนาซากิซึ่งติดอันดับ 1 ใน 100 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นด้วย จากเกาะมิยาโกะสามารถข้ามสะพานขนาดใหญ่ที่เชื่อมไปยังเกาะอิเคมะและเกาะคุริมะได้ และเมื่อเดือนมกราคม ปี 2015 ก็เพิ่งเปิดสะพานอิราบุเพิ่มด้วย มาเที่ยวแล้วอย่าลืมถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ ล่ะ!
 



รู้ครบ 10 ข้อแล้ว ไม่ไปเที่ยวโอกินาว่าไม่ได้แล้วนะ!!


 

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ ANNGLE
ข้อมูลเพิ่มเต็ม : www.anngle.org

 
 

 

ค้นหาบทความ

ทัวร์แนะนำ